<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล &#8211; สมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย</title>
	<atom:link href="https://www.attth.org/tag/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93-%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.attth.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 14 Dec 2016 04:58:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://www.attth.org/wp-content/uploads/2015/08/cropped-image-876-32x32.png</url>
	<title>ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล &#8211; สมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย</title>
	<link>https://www.attth.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วันภาษาไทยแห่งชาติ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล</title>
		<link>https://www.attth.org/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b9%92%e0%b9%99-%e0%b8%81%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Jul 2016 03:32:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[งานประพันธ์วาระพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[บทกวี/บทความวาระพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[วันภาษาไทยแห่งชาติ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.attth.org/?p=464</guid>

					<description><![CDATA[เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล นายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย ได้มอบเป็นความรู้และข้อคิดหลายๆเรื่องที่เป็นประโยชน์สำหรับคนไทยทุกคนขอเชิญติดตามได้เลย...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล นายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย ได้มอบเป็นความรู้และข้อคิดหลายๆเรื่องที่เป็นประโยชน์สำหรับคนไทยทุกคนขอเชิญติดตามได้เลยคะ<br />
วันภาษาไทยแห่งชาติ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙<br />
วันภาษาไทยแห่งชาติ ๒๕๕๙<span id="more-464"></span></p>
<p><strong>เราโชคดีที่มีภาษาไทย</strong><br />
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕ ว่า “เราโชคดีที่มีภาษาไทย สมควรที่จะรักษาไว้” ประชาชนชาวไทยทุกคนควรจะสนองพระราชดำรัส ช่วยกันรักษาภาษาไทย ไม่ใช่ว่าเพราะเป็นพระราชดำรัส แต่เพราะภาษาไทยเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงความเป็นชาติ เป็นสิ่งที่ทำให้คนไทยทุกคนมีความรู้สึกว่าเป็นชาติเดียวกัน. ภาษาไทยเป็นเครื่องมือสื่อสารของคนไทยทั่วทั้งประเทศ และเป็นภาษาที่ยึดโยงคนไทยให้เป็นพวกเดียวกัน คนไทยจึงต้องรักษาภาษาไทยให้ยืนยงต่อไป. การรักษาภาษาไทยมีทั้งการออกเสียงตามระบบเสียงของภาษาไทย การใช้คำตามหลักภาษาและตามวัฒนธรรมไทย รวมทั้งการอ่านการเขียนตามระบบอักขรวิธีของภาษาไทยด้วย.<br />
<strong>การเรียนรู้ภาษาไทย</strong><br />
ความโชคดีประการหนึ่งของคนไทย คือ การที่มีภาษาไทยสำหรับใช้สื่อสารกันในกิจการทุกประเภท ทุกระดับ. เรามีภาษาไทยใช้เป็นราชาศัพท์ ภาษาราชการ ภาษาวิชาการ ภาษาธุรกิจ ภาษาบันเทิง ไปจนถึง ภาษาตลาดและคำบริภาษด่าทอกัน. ก่อนที่จะเรียนรู้ภาษาของชาติอื่น เราจึงควรเรียนรู้ภาษาไทยให้แตกฉานเสียก่อน. ถ้าเราไม่เรียนรู้ภาษาไทย ไม่รักษายกย่องภาษาไทย เราก็จะทำให้ความโชคดีของเราสูญสิ้นไปโดยเปล่าประโยชน์. เพื่อสนองพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ เรามีโชคดีที่มีภาษาไทย” จึงสมควรอย่างยิ่งที่คนไทยทุกคนจะได้ใส่ใจศึกษาภาษาไทย และระมัดระวังการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ชัดเจน และใช้ภาษาในทางสร้างสรรค์.<br />
<strong>ถวายของทูนพระขวัญ</strong><br />
คนในแผ่นดินไทยไม่ว่าจะมีเชื้อชาติใด นับถือศาสนาใด ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยอาชีพใด ต่างอยู่ใต้เบื้องพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยภาษาไทย มีพระราชประสงค์ให้คนไทยใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ก็ควรจะแสดงความจงรักภักดีด้วยการพยายามเรียนรู้ภาษาไทยใช้ภาษาไทย รักษ์ภาษาไทย และพัฒนาภาษาไทยให้เป็นภาษาที่ถูกต้อง ทันสมัย<br />
ในวโรกาสการครองสิริราชสมบัติครบ ๗๐ ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้คนไทยทุกคนตั้งปณิธานที่จะทำแต่ความดีเพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเป็นของทูนพระขวัญ การรักษาสมบัติวัฒนธรรมทางภาษาของชาติ ก็เป็นการทำความดีอย่างหนึ่งที่มีค่าสมควรกระทำเพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในวโรกาสพิเศษนี้ ขอให้คนไทยทุกคนศึกษาภาษาไทย และตั้งใจใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เพื่อรักษาไว้เป็นสมบัติวัฒนธรรมตามพระราชประสงค์โดยทั่วหน้ากัน.<br />
<strong>คำว่า เถลิงถวัลยราชสมบัติ (ถะ-เหฺลิง-ถะ-หฺวัน-ยะ-ราด-ชะ-สม-บัด)</strong><br />
ปัจจุบันสื่อมวลชนกล่าวคำนี้บ่อย เพราะเป็นเวลาที่มีการฉลองการขึ้นครองสิริราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ ๗๐ ปี. คำที่เป็นปัญหา คือ คำว่า ถวัลย เนื่องจากมีผู้ไม่เข้าใจระบบเสียงภาษาไทย จึงอ่านเรียงตัวไปตามอักษรทุกตัวที่ปรากฏ. คำภาษาใดก็ตามที่รับมาใช้ในภาษาไทยจะปรับเสียงทั้งเสียงพยัญชนะ เสียงสระ เสียงวรรณยุกต์ตามระบบเสียงของภาษาไทย เพราะไม่มีคนชาติใดในโลกที่จะใช้เสียงของภาษาต่างชาติได้เป็นปรกติ. คำภาษาบาลีสันสกฤตที่รับมาใช้ในภาษาไทยย่อมออกเสียงตามลักษณะของภาษาไทย มีเสียงสะกดเสียงวรรณยุกต์ตามระบบเสียงภาษาไทยซึ่งคนไทยทุกคนจะออกเสียงได้อย่างสะดวก ราบรื่น ไม่ตะกุกตะกัก. คำว่า ถวัลย์ ถ้าใช้ลำพังออกเสียงว่า ถะ-หฺวัน. เมื่อประกอบกับคำว่า ราชสมบัติ จะออกเสียงว่า ถะ-หฺวัน-ยะ-ราต-ชะ-สม-บัด. คำที่สะกดด้วย ล มี ย ตาม จะออกเสียง ล เป็นตัวสะกด ออกเสียง ย ประสมกับสระ อะ เทียบได้กับพระนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า อดุลยเดช (อะ-ดุน-ยะ-เดด) และเทียบได้กับคำว่า ศัลยศาสตร์ (สัน-ยะ-สาด) ดุลยภาพ (ดุน-ยะ-พาบ) <strong>ศัลยแพทย์ (สัน-ยะ-แพด) พิศลยบุตร ( พิ-สน-ยะ-บุด)</strong><br />
<strong> คำที่ใช้ ณ ฬ สะกด มีตัวตามก็ออกเสียงได้แบบเดียวกัน เช่น</strong><br />
<strong> การุณยฆาต อ่านว่า กา-รุน-ยะ-คาด</strong><br />
<strong> อุณหภูมิ อ่านว่า อุน-หะ-พูม</strong><br />
<strong> อาสาฬหบูชา อ่านว่า อา-สาน-หะ-บู-ชา</strong><br />
<strong> สามานยนาม อ่านว่า สา-มาน-ยะ-นาม-</strong><br />
ขอพียงให้รักภาษาไทย<br />
ภาษาไทยเป็นภาษาคำโดด คำนามในภาษาไทยไม่มีการเปลี่ยนรูปเพื่อแสดงว่าเป็นเอกพจน์ หรือพหูพจน์ คำกริยาไม่ต้องเปลี่ยนรูปเพื่อแสดงว่าเป็นกริยาในอดีต หรือกริยาในอนาคต. คำในภาษาไทยไม่ว่าจะเป็นคำไทยแท้ หรือคำยืมมาจากภาษาใด ขอเพียงออกเสียงให้ชัด ใช้ให้ถูกความหมายซึ่งคนไทยเข้าใจตรงกันก็เป็นคำไทย.คำที่ยืมมาจากภาษาอื่นเช่นภาษาบาลีสันสกฤต หรือภาษาอื่นใด ก็ยืมมาเฉพาะคำกับความหมาย ยืมมาแล้วก็เป็นคำไทย ไม่ได้ยืมการเปลี่ยนรูปตามภาษานั้นเข้ามาด้วย ไม่ได้ยืมการออกเสียงมาด้วย. การออกเสียงต้องมีเสียงวรรณยุกต์อย่างภาษาไทย ใช้อักษรสูง กลาง ต่ำอย่างภาษาไทย. ขอเพียงให้รักภาษาไทย เข้าใจภาษาไทยท่านก็จะใช้คำยืมใดๆได้อย่างสะดวก ไม่ต้องพะวงว่าจะต้องออกเสียงอย่างแขก หรืออย่างเจ้าของภาษาเสมอไป.<br />
ลูกหลานไทยรักภาษาไทย<br />
ลูกหลานไทยส่วนหนึ่งทอดทิ้งภาษาไทยหรือใช้ภาษาไทยอย่างไม่เห็นคุณค่า ไม่ทะนุถนอม ไม่เอาใจใส่ดูแล จนทำให้ภาษาไทยผิดเพี้ยนไปทั้งในการออกเสียง การเขียน รวมทั้งการใช้คำตามความหมายตามหน้าที่หรือตามบริบท. ความผิดเพี้ยนทั้งหลายที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะทำให้ลักษณะและระบบของภาษาไทยแปรเปลี่ยนไป อาจทำให้เกิดความสูญเสียต่างๆ เช่น เสียงบางเสียงสูญหายไป ระบบการสะกดการันต์ตามอักขรวิธีไทยแปรปรวนไป ความหมายของถ้อยคำและสำนวนที่ใช้สับสนหรือไม่ชัดเจน ในที่สุดก็อาจทำให้คนไทยในรุ่นต่างๆ ไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ตรงกัน จึงขอเชิญชวนเยาวชนไทยผู้มีความรักประเทศชาติร่วมใจกันรักภาษาไทย ศึกษาภาษาไทย และพูดภาษาไทยให้ชัดเจนถูกต้องเพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเป็นของขวัญแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปีนี้และตลอดไป.<br />
ชื่อ อาคารนวมินทรบพิตร<br />
โรงพยาบาลศิริราชกำลังระดมทุนสร้าง อาคารนวมินทรบพิตร คำว่า นวมินทรบพิตร (นะ-วะ-มิน-บอ-พิด) ไม่จำเป็นต้องออกเสียง ทร. คำที่มี ทร ตามหลังตัวสะกด มักไม่ออกเสียง ทร เช่น พระปรมินทรมหา (พระ-ปอ-ระ-มิน-มะ-หา) อินทรธนู (อิน-ทะ-นู) อมรินทรวินิจฉัย (อัม-มะ-ริน-วิ-นิด-ฉัย) จันทรเกษม (จัน-กะ-เสม) จันทรสโมสร (จัน-สะ-โม-สอน) ศรีนครินทรวิโรฒ (สี-นัก-คะ-ริน-วิ-โรด) จักรีนฤบดินทร (จัก-กฺรี-นะ-รึ-บอ-ดิน)ไม่ออกเสียง ทร เลย.<br />
ชื่อ อาคารนวมินทรบพิตร เมื่อเทียบกับคำที่มีใช้กันมา หากออกเสียงว่า นะ-วะ-มิน-บอ-พิด ก็น่าจะออกเสียงได้ง่ายและเหมาะสำหรับเสียงคนไทยมากกว่าออกเสียงเป็นภาษาแขกนะคะ.<br />
ร ใบ้<br />
การออกเสียงคำในภาษาไทยมีระบบและแบบที่คนไทยจะออกเสียงได้สะดวก ไม่ตะกุกตะกักและฟังเพราะ คำที่ยืมมาจากภาษาบาลีสันสกฤตก็ไม่ออกเสียงทุกตัวเหมือนภาษาเดิม และไม่จำเป็นต้องเหมือนภาษาเดิม เช่น คำยืมจากภาษาบาลีสันสกฤตที่มี ตรทร ชร เป็นตัวสะกด ในภาษาไทยมักจะไม่ออกเสียงตัว ร นั้น เช่น คำว่า บุตร บาตร มิตร เนตร ฉัตร จิตร เกษตร สมุทร ภัทร เพชร. เมื่อมีคำมาประสมก็ยังคงไม่ออกเสียงตัว ร เช่น จิตรลดา (จิด-ละ-ดา) เกษตรศาสตร์ (กะ-เสด-สาด) สมุทรปราการ (สะ-หฺมุด-ปรา-กาน) ภัทรพัฒน์ (พัด-พัด) เพชรรัตน์ (เพ็ด-ชะ-รัด) เพชรฤกษ์ (เพ็ด-ชะ-เริก) เพชรหึง (เพ็ด-ชะ-หึง) ตัว ร เป็น ร ใบ้ ทุกคำ..<br />
ตจวิทยา<br />
แผนกโรคผิวหนังที่โรงพยาบาลศิริราชขึ้นป้ายว่า ตจวิทยา จึงมีเด็กมาถามว่า ให้อ่านว่าอย่างไร ตัวพยัญชนะ๒ ตัวเรียงกัน ไม่มีรูปสระ ให้ใส่สระ โอะ เป็นสระลดรูป เช่นคำว่า ตง ตน ตม ดม ปม ใช่หรือไม่ . คำที่เป็นชื่อแผนกโรคผิวหนัง ตจ ( ตอ-จอ) มาจากภาษาบาลีว่า ตจ (ตะจะ) แปลว่า ผิวหนัง คำที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตเมื่อไม่มีรูปสระอาจเติมสระ อะ ก็ได้ คำว่า ตจวิทยา จึงอ่านว่า ตัด-จะ-วิด-ทะ-ยา เช่นเดียวกับคำว่า อกตัญญู (อัก-กะ-ตัน-ยู) ศตวรรษ (สัด-ตะ-วัด) อมรินทร์ (อัม-มะ-ริน) นครินทร์ (นัก-คะ-ริน) ลลนา (ลัน-ละ-นา) คณนา (คัน-นะ-นา) ปฐพี (ปัด-ถะ-พี) กทลี (กัด-ทะ-ลี).<br />
คำว่า ตจวิทยา ถ้าจะเขียนว่า ตัจวิทยา ก็ไม่ผิดอะไร น่าจะทำให้อ่านได้ง่ายด้วย ใส่ไม้หันอากาศเสียเถอะค่ะ.<br />
ภาษาถิ่นก็ภาษาไทย<br />
คนไทยในประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาชาติ เป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกันทั่วประเทศ คนไทยในถิ่นต่างๆล้วนมีภาษาของตนใช้เป็นภาษาถิ่น. ภาษาถิ่นก็เป็นภาษาไทย. แต่การออกเสียง การใช้คำศัพท์บางคำจะแตกต่างกับภาษาไทยในถิ่นอื่น คนที่อยู่ต่างถิ่นกันถ้าแต่ละคนใช้แต่ภาษาถิ่นของตน คนอื่นก็อาจจะไม่เข้าใจ สื่อสารกันไม่ได้. ถ้าใช้ภาษาชาติแต่ออกเสียงเป็นภาษาถิ่น ก็เท่ากับทำลายทั้งภาษาชาติและภาษาถิ่น เหมือนคนที่พูดภาษาไทยแต่ดัดเป็นเสียงฝรั่ง พอพูดภาษาอังกฤษก็ออกเสียงแบบไทยๆ. ตลกดีนะ. การสื่อสารในระดับประเทศ ในเรื่องที่เป็นทางการ ควรใช้ภาษากลาง คือ ภาษาชาติ. คนไทยทุกถิ่นรู้ภาษาชาติ ใช้ภาษาชาติได้ดี. การออกเสียงของบางคนอาจจะติดสำเนียงท้องถิ่นบ้าง ติดคำภาษาถิ่นบ้าง ก็เป็นความน่ารัก ไม่ควรที่จะนำมาเล่นเป็นเรื่องตลกขำขัน หรือล้อเลียนกัน. คนทุกคนมีความเป็นตัวตนของเขา เราควรยอมรับและให้เกียรติผู้อื่นตามความเป็นตัวตนของเขานั้น.<br />
ครูผู้สอนภาษาไทย<br />
คนไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาชาติ. ภาษาชาติเป็นภาษาที่คนไทยทุกคนต้องเรียนรู้เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต เพื่อสืบทอดอัตลักษณ์ และเอกลักษณ์ของความเป็นไทยไปสู่ลูกหลานไทย. ความรู้ ความคิด จิตใจ ความรู้สึก ทุกสิ่งที่เกิดกับคนไทยเกี่ยวพันกับภาษาไทย. พ่อแม่ และครูทุกคนเป็นผู้มีหน้าที่สอนเยาวชนไทยทุกระดับจึงต้องสอนคนไทยให้ใช้ภาษาไทยในการคิด อ่าน เขียน และพูดอย่างมีเหตุผล เที่ยงตรง สุจริต รู้ทันเท็คโนโลยี สามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆเพื่อความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต รักษาภาษาไทยเพื่อสืบทอดวัฒนธรรมของชาติและพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป และ สามารถปรับเข้าสู่สังคมอาเซี่ยนและสังคมโลกโดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์ของความเป็นไทยด้วย.<br />
เครื่องหมายวรรณยุกต์<br />
ภาษาไทยเป็นภาษาวรรณยุกต์เมื่อพ่อขุนรามคำแหงทรงประดิษฐ์อักษรไทย ก็ทรงประดิษฐ์เครื่องหมายวรรณยุกต์สำหรับการเขียนภาษาไทย เพราะทรงทราบดีว่า การเขียนภาษาไทยด้วยตัวอักษรไทยต้องใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์ คนไทยใช้เครื่องหมายวรรณยุกต์เขียนภาษามากว่า ๗๐๐ ปี เขียนทั้งคำไทย และคำภาษาอื่นที่รับมาใช้ในภาษาไทย ไม่ว่าภาษานั้นจะเป็นภาษาวรรณยุกต์หรือไม่. ที่ใช้กับคำบาลีสันสกฤตก็มี เช่น เล่ห์ สนเท่ห์, ที่ใช้กับคำเขมรก็มี เช่น ตำแหน่ง จำหน่าย โมงครุ่ม , ที่ใช้กับคำโปรตุเกสก็มี เช่น ปิ่นโต, ที่ใช้กับคำภาษามลายูก็มี เช่น สุเหร่า ปาเต๊ะ, ที่ใช้กับคำเปอร์เซียร์ก็มี เช่น สุหร่าย องุ่นกะหล่ำ สรั่ง, ที่ใช้กับคำภาษาฝรั่งเศสก็มี เช่น รู้จโค้ช บัลเล่ต์บุ๊ฟเฟ่ต์. คำภาษาอังกฤษที่ใช้วรรณยุกต์ก็มีอยู่ เช่น คำว่า เชิ้ต โน้ต เค้ก บรั่นดี แป๊บ กิ๊บ ช้อล์กมิชชั่น และอื่นๆคำจากภาษาใดก็ตาม เมื่อมาใช้เขียนในภาษาไทยก็ต้องแสดงตัวเขียนตามหลักอักขรวิธีให้ตรงกับเสียงที่ใช้ในภาษาไทยถ้าเขียนไม่ตรงก็เป็น ภาษาวิบัติ.ใช่หรือไม่คะ.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
